เสื้อผ้าหนึ่งชิ้นมีหลายชีวิตขึ้นอยู่กับวิธีดูแลเสื้อตัวเดียวกันที่บ้านหนึ่งใช้ได้ 5 ปียังเหมือนใหม่แต่อีกบ้านอาจเริ่มยืดสีซีดปกหย่อนภายใน 6 เดือนความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่คุณภาพผ้าเสมอไปแต่อยู่ที่กระบวนการดูแลในแต่ละขั้นตอนตั้งแต่ก่อนซักระหว่างซักหลังซักไปจนถึงการรีดและการเก็บเข้าตู้
แม่บ้านมืออาชีพของแม่บ้านดีดีเซอร์วิสที่ผ่านการอบรมการดูแลเสื้อผ้าสามารถยืดอายุการใช้งานเสื้อผ้าได้ไม่ต่ำกว่าเท่าตัวและทำให้เสื้อผ้าหน้าตูดอยู่ในสภาพเรียบเนียนเหมือนเพิ่งหยิบออกจากร้านบทความนี้รวบรวมเคล็ดลับขั้นตอนต่อขั้นตอนที่ทีมแม่บ้านของเราใช้ทุกวันในบ้านลูกค้าเพื่อให้คุณนำไปใช้ที่บ้านของตัวเองได้เลย
ขั้นตอนที่ 1: คัดแยกเสื้อผ้าก่อนซักสำคัญกว่าที่คิด
การคัดแยกผ้าก่อนนำลงเครื่องซักเป็นขั้นตอนที่หลายคนข้ามแต่กลับเป็นจุดที่กำหนดอายุของเสื้อผ้ามากที่สุดการซักผ้าคนละสีคนละเนื้อคนละน้ำหนักรวมกันเป็นสาเหตุหลักของผ้าสีตกผ้ายืดผ้าเป็นขุยและเส้นใยขาดก่อนเวลา
แม่บ้านมืออาชีพจะแยกผ้าออกเป็นอย่างน้อย 4 กลุ่มได้แก่ผ้าขาวผ้าสีอ่อนผ้าสีเข้มและผ้าสีดำจากนั้นแยกย่อยตามเนื้อผ้าเช่นผ้าฝ้ายธรรมดาผ้าใยสังเคราะห์ผ้าไหม–ผ้าซาตินที่ต้องดูแลพิเศษและผ้าหนักเช่นผ้ายีนส์–ผ้าผืนใหญ่ตะกร้าผ้าในห้องซักรีดควรแบ่งช่องตามนี้ตั้งแต่ตอนถอดเสื้อผ้าเพื่อไม่ต้องมาคัดแยกใหม่ตอนซัก
ขั้นตอนที่ 2: เทคนิคซักให้เสื้อผ้าทนสีไม่ตก
ก่อนนำผ้าใส่เครื่องซักแม่บ้านมืออาชีพจะตรวจกระเป๋าทุกใบเพื่อหากระดาษทิชชูปากกาหรือเงินที่ลืมหลงเหลือติดกระดุมและซิปทุกตัวเพื่อป้องกันชายผ้าเกี่ยวกันกลับด้านในออกมาก่อนซักโดยเฉพาะเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ซึ่งช่วยรักษาสีและตัวอักษรพิมพ์ได้นานขึ้นมาก
เคล็ดลับการเลือกผงซักฟอกที่หลายคนไม่รู้คือผ้าขาวควรใช้ผงซักฟอกที่มีสารฟอกขาวแต่ผ้าสีไม่ควรใช้ตัวเดียวกันเพราะจะทำให้สีจางเร็วสำหรับผ้าใหม่ครั้งแรกที่ซักควรแช่ในน้ำเกลือเจือจาง 30 นาทีจะช่วยล็อคสีได้ดีขึ้นน้ำที่ใช้ซักควรเป็นน้ำเย็นยกเว้นผ้าขาวและผ้าที่เปื้อนหนักซึ่งใช้น้ำอุ่นได้
ขั้นตอนที่ 3: ตากให้ถูกผ้าจะไม่เหม็นอับไม่ยืด
การตากผ้าเป็นจุดที่หลายบ้านพลาดการตากในที่ร่มที่อากาศไม่ถ่ายเททำให้ผ้าเหม็นอับและขึ้นราในทางกลับกันการตากกลางแดดจัดทำให้ผ้าสีซีดเร็วแม่บ้านมืออาชีพจะเลือกตากในที่ที่มีลมโกรกแต่ไม่โดนแดดตรงเช่นระเบียงร่มหรือใกล้พัดลม
เสื้อผ้าแต่ละชนิดต้องตากต่างกันเสื้อยืดตากบนไม้แขวนแบบมีฟองน้ำหุ้มป้องกันคอเสื้อยืดเสื้อเชิ้ตติดกระดุมก่อนตากเพื่อรักษาทรงปกกางเกงตากกลับด้านในและพับครึ่งให้แม่ตะเข็บในเสื้อไหมและเสื้อถักนิตควรนอนตากบนผ้าขนหนูแห้งอย่าแขวนเพราะตัวเสื้อจะยืดจากน้ำหนักของน้ำในผ้า
ขั้นตอนที่ 4: เทคนิครีดผ้าระดับมืออาชีพ
เตรียมเตารีดและพื้นผิวก่อนเริ่ม
เตารีดที่ดีต้องมีฐานสะอาดไม่มีเศษผงหรือคราบเก่าติดทุก 2 สัปดาห์ควรเช็ดฐานเตารีดด้วยน้ำส้มสายชูเจือน้ำเปล่าเช็ดด้วยผ้าขาวสะอาดในขณะที่เตารีดยังเย็นโต๊ะรีดควรปูด้วยผ้านวมหนาเพื่อให้ความร้อนกระจายดีและไม่ทำให้ผ้ามีรอยขีดจากผิวแข็งใต้ผ้า
ตั้งอุณหภูมิตามเนื้อผ้า
- ผ้าไหม ผ้าใยสังเคราะห์: 110-120°C (ระดับ • หรือเรียก Silk)
- ผ้าฝ้ายผสม ผ้าโพลีเอสเตอร์: 150°C (ระดับ ••)
- ผ้าฝ้าย 100% ผ้าลินิน: 200°C (ระดับ •••)
- ผ้ายีนส์: ใช้ระดับสูงสุด พร้อมไอน้ำเยอะ
การใช้ความร้อนผิดประเภทเช่นรีดผ้าไหมด้วยความร้อนระดับฝ้ายจะทำให้ผ้าเหลืองละลายหรือเกิดรอยมันที่ลบไม่ออก
เทคนิครีดเสื้อเชิ้ตให้เรียบเหมือนซื้อใหม่
เริ่มจากปกเสื้อก่อนรีดด้านในก่อนแล้วจึงด้านนอกจากนั้นรีดบ่าทั้งสองข้างรีดแขนเสื้อโดยจัดให้ตะเข็บข้างอยู่แนบกันและรีดจากแขนสู่ข้อมือจึงรีดส่วนหน้าและส่วนหลังการรีดสาบกระดุมต้องระวังเป็นพิเศษควรรีดด้านในของสาบก่อนเพื่อไม่ให้กระดุมเป็นรอยใช้ไอน้ำเยอะที่ส่วนปกและสาบจะทำให้ทรงปกตั้งและคงทนนานขึ้น
เทคนิครีดกางเกงให้รอยตรง
กางเกงทรงสูทต้องมีรอยรีดที่ตรงการจะให้รอยตรงต้องวางกางเกงให้ตะเข็บในและตะเข็บนอกซ้อนทับกันก่อนรีดรีดจากเอวลงมาที่ข้อเท้าและใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆคั่นระหว่างเตารีดและกางเกงสีเข้มจะป้องกันรอยมันที่เกิดจากความร้อนได้ดี
ขั้นตอนที่ 5: เก็บเสื้อผ้าให้ถูกที่คงสภาพยาวนาน
ตู้เสื้อผ้าที่ดีต้องมีอากาศถ่ายเทไม่อับชื้นแม่บ้านมืออาชีพจะวางถุงผ้าใส่ใบยูคาลิปตัสหรือไม้หอมในตู้เพื่อช่วยดูดความชื้นและป้องกันมอดผ้าที่ใช้บ่อยควรพับและเก็บในชั้นกลางผ้าที่ใช้ตามฤดูเก็บในกล่องสุญญากาศพร้อมซองกันมดเสื้อสูทและเสื้อแจ็คเก็ตให้แขวนบนไม้แขวนทรงไหล่กว้างเพื่อรักษารูปทรง
เคล็ดลับสำคัญที่หลายคนไม่รู้คือห้ามแขวนเสื้อยืดและเสื้อถักบนไม้แขวนเพราะแรงโน้มถ่วงจะทำให้ตัวเสื้อยืดและไหล่บูบควรพับและเก็บในลิ้นชักส่วนผ้าไหมต้องใส่ในถุงผ้าฝ้ายไม่ใช่ถุงพลาสติกเพราะผ้าไหมต้องการอากาศหายใจ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลเสื้อผ้า
Q1: ผ้าสีตกซักรวมกับผ้าขาวทำอย่างไร?
รีบนำผ้าขาวที่เปื้อนสีออกจากเครื่องซักทันทีห้ามใส่เครื่องอบเพราะความร้อนจะทำให้สีติดถาวรแช่ในน้ำเย็นผสมผงซักฟอก 1 ช้อนโต๊ะและน้ำส้มสายชู 1 แก้วทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วซักใหม่ส่วนใหญ่สีจะหลุดออกหากยังเหลือลองใช้น้ำยาฟอกขาวเข้มข้นเฉพาะจุด
Q2: เสื้อผ้าเหม็นอับแม้ซักแล้วเกิดจากอะไร?
เกิดจากการแช่ผ้าเปียกในตะกร้านานเกินไปตากในที่อับลมไม่โดนแดดเลยหรือเครื่องซักผ้ามีคราบในถังวิธีแก้คือทำความสะอาดเครื่องซักผ้าด้วยน้ำส้มสายชูเดือนละครั้งเปลี่ยนนิสัยการตากผ้าให้ตากทันทีหลังซักและใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรกลิ่นหอมยาวนาน
Q3: รีดผ้าแล้วยับเหมือนเดิมทำอย่างไร?
ผ้าที่รีดแล้วยังยับมักเกิดจาก 3 สาเหตุ: ผ้ายังไม่แห้งสนิทเตารีดร้อนไม่พอหรือใช้ไอน้ำน้อยวิธีแก้คือพรมน้ำให้ผ้าชื้นเล็กน้อยก่อนรีดตั้งอุณหภูมิให้เหมาะกับเนื้อผ้าและใช้ไอน้ำเยอะในจุดที่มีรอยยับลึก
Q4: มีกลิ่นเหงื่อติดเสื้อแม้ซักแล้วทำอย่างไร?
กลิ่นเหงื่อฝังในเส้นใยใต้รักแร้ของเสื้อการซักธรรมดาจะไม่ออกให้แช่บริเวณนั้นด้วยน้ำส้มสายชูผสมน้ำอัตราส่วน 1:1 ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงก่อนซักหรือผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำเป็นเพสต์แล้วทาบริเวณรักแร้ทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วซักตามปกติ
Q5: เสื้อผ้าใหม่ควรซักก่อนใส่ครั้งแรกหรือไม่?
ควรซักเพราะเสื้อผ้าโรงงานมักผ่านสารเคมีหลายชนิดเช่นฟอร์มาลดีไฮด์เพื่อกันยับสีย้อมที่ยังหลุดและฝุ่นจากกระบวนการผลิตการซักก่อนใส่ครั้งแรกในน้ำเกลือเจือจางช่วยล็อคสีลดสารเคมีตกค้างและทำให้ผ้านุ่มสบายตัวยิ่งขึ้น
สรุป: เสื้อผ้าจะอยู่กับเรานานขึ้นอยู่กับการดูแลในทุกวัน
เสื้อผ้าที่ดูแลถูกวิธีไม่เพียงคงสภาพดูใหม่ได้นานแต่ยังเป็นการประหยัดและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปในตัวเพราะเสื้อผ้าหนึ่งตัวที่ใช้ได้นาน 5 ปีเท่ากับลดการผลิตเสื้อใหม่ 4-5 ตัวแม่บ้านมืออาชีพของแม่บ้านดีดีเซอร์วิสได้รับการอบรมในเทคนิคทุกขั้นตอนข้างต้นพร้อมยกระดับการดูแลเสื้อผ้าของบ้านคุณให้เทียบเท่าบริการซักรีดระดับห้าดาว
ติดต่อแม่บ้านดีดีเซอร์วิส
- เว็บไซต์: www.แม่บ้านดีดีเซอร์วิส.com
- โทรปรึกษา: 063-713-1991
- LINE Official: @jn82
ทีมแม่บ้านมืออาชีพของเราพร้อมดูแลทุกชิ้นในตู้เสื้อผ้าของคุณตั้งแต่ผ้าฝ้ายธรรมดาไปจนถึงผ้าไหมชั้นดีด้วยความใส่ใจในรายละเอียดที่ทำให้บ้านของคุณดูดีอยู่เสมอ


